วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ฎีกายืน! ปรับ 1.3 แสน พนักงานเก็บขยะ-ไม่มีจ่ายโดนกักขัง

EyWwB5WU57MYnKOuFIzZSY3u2uIfOACvxah8Q0WdoensNAc0zGT5ukศาลฎีกาพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า ฎีกาของจำเลยไม่ใช่ข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงไม่รับวินิจฉัย และคำรับสารภาพรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ ที่จำเลยฎีกาว่า พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวัสดุวีดิทัศน์ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เห็นว่าเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง จึงไม่รับพิจารณา พิพากษายืน

หลังศาลมีคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ได้นำตัวจำเลยไปควบคุมไว้ที่ห้องควบคุมชั้นล่างศาลอาญา และจะนำตัวไปยังสถานที่กักกัน เพื่อทำการกักขังแทนค่าปรับต่อไป เนื่องจากสุรัตน์ จำเลย ซึ่งเป็นพนักงานเก็บขยะ ไม่มีเงินจำนวน 133,400 บาท มาจ่ายเป็นค่าปรับตามคำพิพากษา

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่นายสุรัตน์ มณีนพรัตน์สุดา อายุ 28 ปี พนักงานเก็บขยะเขตสะพานสูง ถูกจับกุมพร้อมของกลางซีดี 83 แผ่น ขณะนำมาวางขายที่บริเวณสี่แยกกรุงเทพกรีฑา ย่านถนนศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2551 ที่ผ่านมา

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาปรับจำเลยเป็นเงิน 200, 100 บาท จำเลยรับสารภาพ จึงลดโทษเหลือปรับ 133,400 บาท หากไม่จ่ายให้กักขังแทนค่าปรับเป็นค่าปรับวันละ 200 บาท จำเลยไม่มีเงินจ่ายเป็นค่าปรับ จึงประกันตัวเรื่อยมา

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Reference: ฎีกายืน! ปรับ 1.3 แสน พนักงานเก็บขยะ-ไม่มีจ่ายโดนกักขัง

ขาดทุน-ย่อยยับ! 6.8 แสนล. ปิดบัญชีจำนำข้าว

EyWwB5WU57MYnKOuFIzZnGOp0kIv2w05ojq71TUcDpOzkSLbKLNv5qร่วมถก “โอบามา–หลี่เค่อเฉียง”


จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับคู่เจรจา ได้แก่ การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 2 มีนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเข้า ร่วม และในช่วงบ่ายร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-จีน ครั้งที่ 17 มีนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนร่วมประชุม ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนบวก 3 คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ครั้งที่ 17 ที่มีนายกรัฐมนตรีจีน ญี่ปุ่น และประธานาธิบดีเกาหลีใต้เข้าร่วมประชุม และประชุมระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้แทนสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ABAC) ก่อนร่วมพิธีปิดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 25 และการส่งมอบตำแหน่งประธานอาเซียนจากเมียนมาร์ให้แก่มาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนในปี 2559 เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางออกจากกรุงเนปิดอว์ทันที โดยถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 เวลาประมาณ 22.00 น.วันเดียวกัน

ยุ่นแจมรถไฟ–เกาหลีสนด้านน้ำ


ด้าน ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการหารือทวิภาคีระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ว่า ญี่ปุ่นสนใจจะร่วมพัฒนาโครงการสร้างรถไฟรางมาตรฐานเดิม โครงการรถไฟ มาตรฐานใหม่และรถไฟความเร็วสูงของไทย ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะให้หน่วยงานด้านคมนาคมของ 2 ประเทศหารือร่วมกันต่อไป นอกจากนี้ นายกฯ ญี่ปุ่นรับที่จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชาวญี่ปุ่นมาเที่ยวเมืองไทยในช่วงไฮซี ซั่น และญี่ปุ่นยังสนับสนุนการปฏิรูปประเทศของรัฐบาลไทย โดยจะส่งผู้เชี่ยวชาญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยรับติดตั้งกล้องวงจรปิด ส่วนการหารือทวิ– ภาคีกับ น.ส.ปาร์ก กึน เฮ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ทางเกาหลีใต้ขอให้รัฐบาลไทยช่วยดูแลนักธุรกิจเกาหลีใต้ที่ทำธุรกิจอยู่ใน ประเทศไทย ที่ให้ความสนใจเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งนายกฯชี้แจงว่าหากแผนการดำเนินการสำเร็จ จะเชิญภาคเอกชนเกาหลีใต้มาร่วมลงทุน

มท.ลุยงานเขตเศรษฐกิจพิเศษ


ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังประชุมหารือข้อราชการกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยว่า หารือถึงนโยบายสำคัญรัฐบาล ที่กระทรวงมหาดไทยมีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่เกี่ยวกับระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้าและน้ำประปา ที่ขณะนี้เตรียมความพร้อมพอสมควรแล้ว การแก้ไขปัญหาขยะ พบว่าทุกจังหวัดมีศักยภาพพร้อมรองรับการดำเนินการ ขั้นตอนต่อไปจะหารือความพร้อมในการแปรรูปขยะให้เป็นพลังงาน สำหรับการเตรียมความพร้อมในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือ เทียบเท่าครั้งที่ 3 ที่กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 21 พ.ย. โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ความพร้อมสถานที่ใกล้จะเรียบร้อยแล้ว สำหรับกระทรวงมหาดไทยจะรายงานความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล

“บิ๊กตู่” ตั้ง “สมคิด” นั่งแท่นกุนซือใหญ่


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 188For each2557 แต่งตั้งคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีจำนวน 12 คน มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธานฯ มีกรรมการอีก 11 คน ได้แก่ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เป็นรองประธานฯ นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ นายสมพล เกียรติไพบูลย์ คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม นายบรรยง พงษ์พานิช นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล นางธันยา เลาหทัย เป็นที่ปรึกษา พ.อ.นิมิตต์ สุวรรณรัฐ พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ เป็นคณะทำงาน น.ส.รุจิรา ริมผดี และ น.ส.กุลกานต์ ตันติเตมิท เป็นเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่ให้คำปรึกษาทุกเรื่องต่อนายกฯและหัวหน้า คสช. ประสานงานและขับเคลื่อนตามนโยบายเร่งด่วน รวมทั้งติดตามงานที่เป็นภารกิจหลักของนายกฯ และยังให้อำนาจสามารถเชิญหน่วยงานต่างๆมาให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น รวมทั้งให้อำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ติดตามงานในหน่วยงาน และให้หน่วยงานนั้นๆให้ความร่วมมือด้วย

พท.ไล่บี้ ปชป.ไขคดี ปรส.


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีต รมช.คลัง เรียกร้องพรรคประชาธิปัตย์ชี้แจงคดีการขายทรัพย์สินขององค์การเพื่อการ ปฏิรูประบบสถาบันการเงิน(ปรส.) ที่จะหมดอายุความในวันที่ 30 พ.ย.นี้ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ข้องใจ อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ตอบคำถามว่า 1.จริงหรือไม่ที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ในขณะนั้น ออกกฎหมายให้กองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นไม่ต้องเสียภาษี จากกำไรที่ได้จากการซื้อขายทรัพย์สินปรส. 2.จริงหรือไม่ให้กองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นใหม่เข้าเซ็นสัญญาแทนนิติบุคคลที่ ประมูลได้ เพื่อไม่ต้องเสียภาษี เพราะกฎหมายออกมาหลังการประมูล 3.จริงหรือไม่ที่ไม่อนุญาตให้เปิดเผยผู้ที่รับประโยชน์จากการลงทุนกองทุนนี้ 4.จริงหรือไม่ข่มขู่ไม่ให้นายธนาคารใหญ่ๆเข้าร่วมประมูล เพื่อพรรคพวกตนจะได้ประมูลได้ในราคาถูก 5.จริงหรือไม่ที่อนุญาตให้บริษัทลูกของบริษัทที่เป็นที่ปรึกษา เข้าร่วมประมูลด้วย ถ้าเป็นจริงถือเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุด ซ้ำเติมประเทศในขณะกำลังล่มสลาย

นปช.เตือนระวัง รธน.มีมลทิน


นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ตามที่นายบวรศักดิ์ระบุให้พรรคการเมืองร้องขอไปยัง คสช.เองนั้น ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรจำกัดสิทธิอนุญาตให้เฉพาะพรรคการเมือง ต้องเปิดกว้างให้ ภาคประชาชนมีโอกาสจัดประชุมได้เช่นกัน ถ้าเป็นไปได้ควรยกเลิกกฎอัยการศึกไปเลย ไม่เช่นนั้นอาจถูกท้วงติงได้ว่าการร่างรัฐธรรมนูญรอบนี้คลอดออกมาภายใต้กฎ อัยการศึก ซึ่งจะเป็นความขัดแย้งภายในตัวเองของหลักการประชาธิปไตย เพราะลำพัง ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 35 ก็เหมือนเอาภูเขามาทับคนไทยทั้งประเทศ เหมือนเป็นกรง ขังทางความคิดอยู่แล้ว ส่วน นปช.จะส่งใครเข้าเป็นตัวแทนหรือไม่นั้น แกนนำจะหารือกันภายในจนได้ข้อสรุปวันที่ 14 พ.ย.

ภท.ส่ง 5 คน คุย กมธ.ยกร่างฯ


นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมอบหมายนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรค และนายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้อำนวยการพรรค เป็นตัวแทนพรรคร่วมหารือแนวทางการปฏิรูปเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญ ตามคำเชิญกรรมาธิการยกร่างฯ เนื่องจากตนติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งพรรคคงยังไม่เสนอแนวทางอะไรแม้จะมีอยู่ในใจแล้ว เพราะเห็นว่ายังไม่ใช่เวลา เป็นการ ไปรับฟังเจตนารมณ์ แนวทางรูปแบบการยกร่างรัฐธรรมนูญก่อนว่าเป็นอย่างไร พรรคภูมิใจไทยพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อให้การจัดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ สิ้นโดยเร็ว ตราบใดที่เนื้อหาในรัฐธรรมนูญเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ประชาชน และเป็นประชาธิปไตย

กระทบไหล่ผู้นำโลกเวทีอาเซียน


สำหรับภารกิจการร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 25 ที่ศูนย์ประชุม MICC กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.วันสุดท้าย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. (ตาม เวลาท้องถิ่น) พล.อ.ประยุทธ์ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก (EAS) ครั้งที่ 9 หารือเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับผู้นำจากประเทศมหาอำนาจ เช่น นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นาย หลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน นายวาลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย และนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ และนายทาเคฮิโกะ นากาโอะ ประธานธนาคารเพื่อพัฒนาเอเชีย (ADB) เพื่อประเมินทิศทางในอนาคต EAS ระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ

โชว์วิชั่นมองอนาคต EAS


โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า EAS เป็นเวทีที่ผู้นำจะมาหารือยุทธศาสตร์การเมือง มั่นคง เศรษฐกิจและสังคม เชื่อมโยงภูมิภาคในการพัฒนา รวมตัวทางเศรษฐกิจ ปัญหาที่ท้าทายเวลานี้คือการระดมเงินทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไทยสนับสนุนข้อริเริ่มจีนจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หรือ AIIB (เอไอไอบี) ร่วมแก้ปัญหาภัยพิบัติ โรคระบาด อาชญากรรมข้ามชาติ ค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ ค้าสัตว์ป่า ให้เป็นรูปธรรม ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี นอกจากเรียกร้องเกาหลีเหนือปฏิบัติตามมติสหประชาชาติแล้ว หวังรื้อฟื้นการเจรจา 6 ฝ่าย ปัญหาทะเลจีนใต้ทุกฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกัน ควรแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี และไทยสนับสนุนการรับรองแถลงการณ์ EAS ว่าด้วยความรุนแรงและความโหดร้ายที่เพิ่มขึ้นจากการกระทำขององค์กรก่อการ ร้าย เพื่อแก้ไขปัญหากลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรง (ISIL) อย่างครบวงจร บนหลักการอดทนอดกลั้นยอมรับความแตกต่าง

ทีมทนายเข้าคัดสำนวนถอดถอน


เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 13 พ.ย. ที่ห้อง 102 อาคารรัฐสภา 2 ทีมทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำโดยนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง นายเชาวฤทธิ์ กลิ่นทอง เข้าขอคัดสำนวนคำร้องถอดถอนกรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับ จำนำข้าว ต่อสภานิติบัญญัติแห่ง ชาติ (สนช.) โดยนายนรวิชญ์กล่าวว่า มาคัดสำนวนข้อกล่าวหาซึ่งมีทั้งหมด 3,870 หน้า จำนวน 10 แฟ้ม โดยเป็นเอกสารลับทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถถ่ายสำเนาเอกสารไปได้ จึงต้องมาอ่านและจดบันทึกสำนวนกลับไปแทน ซึ่งจะดูว่ามีเอกสารและสำนวนอะไรบ้าง พยานมีกี่ปาก ระยะเวลาเพียง 15 วัน อาจต้องอ่านวันละ 100 หน้า อย่างที่ สนช.ระบุไว้ ส่วนจะมีการขอเลื่อนระยะเวลาการพิจารณาออกไปอีกหรือไม่ ไม่อยากจะคิด เพราะได้การเลื่อนประชุมนัดแรกไปเป็นวันที่ 28 พ.ย. ก็เป็นความกรุณาของ สนช.แล้ว ซึ่งจะทำคดีนี้ให้ดีที่สุด

เผย “ยิ่งลักษณ์” อาจมาเปิดคดีเอง


เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะมาชี้แจงในวันแถลงเปิดคดีด้วยตัวเองหรือไม่ นายนรวิชญ์ตอบว่า มีแนวโน้มสูงเพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกเองว่าอยากจะมาแถลงเปิดคดีด้วยตัวเอง เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ใจในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวว่าทำเพื่อช่วยเหลือชาวนาอย่างแท้จริง ซึ่งการประชุม สนช. นัดแรก วันที่ 28 พ.ย. ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ถูกกล่าวหา เป็นเรื่องของ สนช.ประชุมเพื่อพิจารณากำหนดวันแถลงเปิดคดีและโต้แย้งการเปิดคดี รวมถึงพิจารณาคำขอเพิ่มเติมพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหา ในฐานะของผู้ถูกกล่าวหาจะมีการยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่ คงต้องขอดูสำนวนก่อนว่าจะโต้แย้งในประเด็นใดหรือยังมีความไม่สมบูรณ์ในส่วน ใดบ้าง

เชิญ “ปนัดดา” ให้ข้อมูลข้าว


นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในการพิจารณาของ สนช. เสนอให้เชิญ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำ สำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวในโกดังรัฐ และฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง เพราะมีการบิดเบือนว่าโครงการรับจำนำข้าวมีมาตั้งแต่สมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ ทำไมจึงลง โทษแต่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์

สรุปขาดทุนจำนำข้าว 6.8 แสนล้าน


วันเดียวกัน นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลชุดก่อน แถลงว่า คณะอนุกรรมการฯได้ดำเนินการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวนับตั้งแต่เริ่มต้น โครงการในปี 2547 จนถึงวันที่ 22 พ.ค.2557 จำนวน 15 โครงการ พบว่ามีผล ขาดทุนประมาณ 680,000 ล้านบาท จากต้นทุนโครงการที่รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 1.1 ล้าน ล้านบาท โดยผลการปิดบัญชีดังกล่าวจะรายงานต่อ คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในจำนวน 15 โครงการรับจำนำข้าว เป็นการดำเนินโครงการโดยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระยะเวลา 3 ปี จำนวน 4 โครงการ คิดเป็นผลขาดทุนจำนวน 518,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 11 โครงการ ดำเนินการตั้งแต่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีผลขาดทุนประมาณ 164,000 ล้านบาท

เผยตัวเลขขาดทุนอาจมากกว่านี้


นายรังสรรค์กล่าวว่า ผลขาดทุนดังกล่าวถือ เป็นผลขาดทุนทางบัญชี เนื่องจากยังมีสต๊อกข้าวของโครงการที่ยังเหลืออยู่จำนวน 19.2 ล้านตันข้าวสาร จากจำนวนข้าวที่รับจำนำทั้งหมดประมาณ 85 ล้านตันข้าวเปลือก โดยการปิดบัญชีจะมีอีกครั้งตามข้อมูลทางบัญชี ณ สิ้นเดือน ก.ย.2557 ซึ่งจะนำข้อมูลการสำรวจสต๊อกข้าวชุด ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมาร่วมพิจารณาด้วย หลังจากปิดบัญชีตามเอกสารที่มีอยู่แล้ว ต้องไปดูจำนวนการตรวจสต๊อกข้าวที่แท้จริงในชุด ม.ล.ปนัดดาอีกครั้ง ว่ามีสต๊อกเหลือจริงเท่าไหร่ และเสื่อมสภาพไปมากน้อยแค่ไหน จากนั้นจะนำมาคำนวณผลทางบัญชี หากเสื่อมสภาพมากกว่าที่เราคำนวณ สต๊อกข้าวที่หายไป รวมถึงราคาที่ระบายข้าวออกไปหากขายต่ำกว่าราคาที่ใช้คำนวณสต๊อก ผลขาดทุนอาจจะมากกว่านี้

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Origin: ขาดทุน-ย่อยยับ! 6.8 แสนล. ปิดบัญชีจำนำข้าว

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ผบ.ตร.เซ็นฟ้าผ่า เด้ง‘พงศ์พัฒน์’

EyWwB5WU57MYnKOuFIzZKHxpx4wTCGaRqOh3KmK1fGNdevTcfUUqYjด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวถึงสาเหตุการโยกย้ายว่า การเสนอย้าย ผบช.ก.และรอง ผบช.ก.ให้มาอยู่ที่ ศปก.ตร. เพราะมีงานสำคัญมอบหมายให้ทำทั้ง 2 นาย ถือว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมมีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไปรักษาการแทน พล.ต.อ.สมยศตอบว่า เป็นไปตามขั้นตอนการบริหารราชการในการรักษาการแทน เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 25 พ.ย. เวลา 13.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้นัดประชุม ก.ตร. โดยมีวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นกรณีพิเศษ โดยคาดว่าจะมีการโยก พล.ต.ท. อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 สายตรง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.กระทรวงยุติธรรม มาเป็น ผบช.น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. สายตรงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โยกเป็น ผบช.ก. โดยมี พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ส. สายตรง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นตัวสอดแทรก และให้ พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข จตร. (สบ 8) สาย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เป็น ผบช.ภ.1 ส่วน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ถูกดันให้ขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. หรือไม่ก็เป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ซึ่งการจัดเปลี่ยนข้าราชการตำรวจในระดับ ผบช.ในครั้งนี้ เพื่อให้มาจัดโผแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในระดับรอง ผบก. ถึง สว.ที่คาดว่าจะมีการแต่งตั้งภายในเดือน ธ.ค.นี้

ทั้งนี้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์เข้ารับตำแหน่ง ผบช.ก. ตั้งแต่ปี 53 โดย พล.ต.อ.สมยศ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ พล.ต.ท.ประวุฒิ และ พล.ต.ต.โกวิทย์ ทั้งหมดต่างจบ นรต.รุ่น 31 มีรายงานด้วยว่า ผบ.ตร.มีการลงนามย้ายเพื่อนร่วมรุ่นตอนกลางคืนวันที่ 11 พ.ย. ต่อมามีคำสั่งย้ายเปิดเผยในโซเชียลมีเดียตั้งแต่เช้าตรู่ จนกลายเป็นข่าวฮือฮาในวงการตำรวจ เนื่องจากคำสั่งไม่ได้ระบุเหตุผลการเรียกตัวเข้ามาประจำ ตร. อีกทั้งคำสั่งออกหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งระดับรอง ผบ.ตร.จนถึง ผบก. เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ทำให้ตำรวจส่วนใหญ่มองว่าจะเป็นปัญหาแทรกซ้อนในเรื่องคำสั่งโยกย้ายข้า ราชการตำรวจ จึงมีคำสั่งย้าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งนายตำรวจระดับรอง ผบก. จนถึงระดับ สว. รวมถึงกรณีมีตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. และ ผบช. ที่ขอลาออกก่อนเกษียณราชการ

พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์มีผลงานในด้านการทำงานดัง เช่น การจับกุมกำนันเป๊าะ จับมาเฟียค้าอาวุธระดับชาติ เคยประท้วงผู้บังคับบัญชาเพื่อจัดซื้อที่ดินสร้างอาคารและที่พักอาศัยให้กับ ตำรวจ และเป็นผู้ผลักดันให้ตำรวจเปลี่ยนแนวทางการทำงานจากมุ่งจับกุมมาเป็น Local community Policing มุ่งเน้นการลดความหวาดระแวงภัยอาชญากรรม ลดความหวาดระแวงระหว่างประชาชนกับตำรวจ หลังจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ถูกย้ายมีผู้แสดงความคิดเห็นในเว็บไซต์ และสื่อออนไลน์ ทั้งไม่เห็นด้วยและแปลกใจที่มีคำสั่งเด้ง ผบช.ก.

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร. กล่าวว่า ทราบคำสั่งให้รักษาการ ผบช.ก.แล้ว แต่มีภารกิจจะต้องเดินทางไปต่างประเทศ มีกำหนดกลับวันที่ 24 พ.ย. จะเข้ารายงานตัวเพื่อรับงานที่ได้รับมอบหมาย ส่วนรายละเอียดคำสั่งให้ ผบช.ก.ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำ ศปก.ตร. ไม่ทราบรายละเอียด เป็นเรื่องดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา

เด้งฟ้าผ่า ผบ.ตร.เซ็นคำสั่งด่วนกลางดึก ย้าย 2 นายพลดังเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกัน “พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” ผบช.ก. กับ “โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์” รองผบช.ก. เข้ากรุ โยก “ประวุฒิ ถาวรศิริ” ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร. ไปรักษาการเป็นผู้นำหน่วยแทน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. วงการสีกากีช็อกตาตั้งเห็นคำสั่งนายพลใหญ่โดนย้ายโผล่ในสื่อโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่ยังไม่สว่าง ด้าน “สมยศ” ระบุเหตุย้าย เพราะมีงานสำคัญมอบ หมายให้ทำปลายเดือน พ.ย. “ประวิตร” นัดประชุม ก.ตร. แต่งตั้งโยกย้าย ผบช.คาด “อำนวย” ไปนครบาล “ศรีวราห์” กลับ บช.ก. และ “ชินทัต” ลงภาค 1

2 นายพลกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ถูกเด้งด่วนเข้ากรุ เปิดเผยขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 12 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 610And2557 ลงวันที่ 11 พ.ย.2557 เรื่องให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการ ระบุว่า เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 และมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2557 และข้อ 8 (1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2542 จึงให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการและรักษาราชการแทน ดังต่อไปนี้

มีคำสั่งให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก. ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยขาดจากตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบหมาย จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยให้ไปรายงานตัวที่ ศปก.ตร. ภายในวันที่ 12 พ.ย.2557 เวลา 10.00 น. และมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบช.ก. ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.2557 เป็นต้นไป มีรายงานด้วยว่า ผู้สื่อข่าวจำนวนมากต่างเฝ้าดักรอ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ที่ บช.ก.และอาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามคำสั่งให้ไปรายงานตัว โดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ติดภารกิจได้มอบหมายฝ่ายอำนวยการ บช.ก. เข้ายื่นเอกสารในการเข้ารายงานตัว ที่ ศปก.ตร.

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Origin: ผบ.ตร.เซ็นฟ้าผ่า เด้ง‘พงศ์พัฒน์’

พท.-ปชป.ต่อรอง คสช.ปลดล็อก

EyWwB5WU57MYnKOuFIzZKHwwjB2qRqGE3UID3WFlLNTnLo8NFhMntfมีคิวหารือผู้นำยักษ์ใหญ่คู่เจรจา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย ครั้งที่ 12 การประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 17 การ ประชุมสุดยอดอาเซียน-องค์การสหประชาชาติ ครั้งที่ 6 การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน- ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ ฉลองครบรอบ 40 ปีกล้องวงจรปิด ความสัมพันธ์ และ การประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง-ญี่ปุ่น (Mekong-Japan Summit) ตามลำดับ ก่อนที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ที่ประธานาธิบดีเมียนมาร์เป็นเจ้าภาพ โดยมีนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกฯ ร่วมงาน
ป.ป.ช.ได้หลักฐานครบคดี “จุฑามาศ”

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช.แถลงกรณีที่ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เรียกรับสินบนจากนักธุรกิจชาวสหรัฐฯ เพื่อให้ได้สิทธิจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ว่า จากกรณีที่ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนางจุฑามาศในคดีดังกล่าวไปแล้ว แต่อัยการสูงสุดเห็นว่า ยังมีข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวน ต้องตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง ป.ป.ช.กับอัยการสูงสุดมาทบทวนข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวนนั้น หลังจากที่คณะทำงานร่วมใช้เวลาทำงานร่วมกัน 2 ปี 11 เดือน 20 วัน ล่าสุด คณะทำงานฝ่าย ป.ป.ช.ได้รวบรวมหลักฐานต่างๆในประเด็นที่ฝ่ายอัยการเห็นแย้งจนสมบูรณ์แล้ว มีหลักฐานครบทั้งจากฝ่ายไทยและสหรัฐฯ โดยเฉพาะเอกสารเกี่ยวกับเส้นทางการโอนเงินไปยัง 4 ประเทศของ น.ส.จุฑามาศได้แก่ สหรัฐฯ อังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ และสิงคโปร์ จำนวน 2,000 แผ่น ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ติดตามโยงใยเส้นทางการเงิน จนได้มีหลักฐานสมบูรณ์แล้ว ส่วนเงินสินบน 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 60 ล้านบาทนั้น อยู่ระหว่างการติดตามนำกลับคืนสู่ประเทศไทย ตามพันธกรณีสนธิสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยกับสหรัฐฯ
ลุยส่งฟ้อง–ไม่มาออกหมายจับ

นายวิชัยกล่าวว่า หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณา เพื่อดำเนินการส่งฟ้องนางจุฑามาศต่อไป มั่นใจว่าอัยการสูงสุดจะส่งฟ้องให้ เพราะหลักฐานที่ ป.ป.ช.มีอยู่ เป็นหลักฐานชิ้นเดียวกับที่ศาลสหรัฐฯ ตัดสินลงโทษนักธุรกิจชาวอเมริกันที่ให้สินบนนางจุฑามาศ ซึ่งโทษสูงสุดในคดีนี้คือการประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนตัวนางจุฑามาศที่ขณะนี้ยังไม่สามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีได้นั้น เมื่อนำคดีส่งฟ้องศาลแล้ว หากยังไม่ได้ตัวนางจุฑามาศมาดำเนินคดี คงต้องออกหมายจับกันต่อไป นอกจากนี้ ป.ป.ช.กำลังพิจารณาไต่สวนความผิดกรณีการร่ำรวยผิดปกติของนางจุฑามาศ เพื่อร้องขอให้ทรัพย์สินของนางจุฑามาศตกเป็นของแผ่นดินต่อไป
ขึ้นสปีชขอบคุณเพื่อนเข้าใจเรา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมตอนหนึ่งว่า ขอบคุณสมาชิกอาเซียนที่เข้าใจสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย ยืนยันว่าไทยยังคง ให้ความสำคัญต่ออาเซียนและจะยึดมั่นต่อพันธกรณีต่างๆในการสร้างประชาคมอา เซียนปี 2558 อาเซียนควรให้ความสำคัญเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างกัน ทั้งเรื่องคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยการปรับกฎระเบียบต่างๆให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน แก้ไขภัยคุกคามอย่างบูรณาการ อาทิ โรคติดต่อ ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ จัดทำแผนปฏิบัติการต่อต้านการลักลอบค้ามนุษย์ระดับภูมิภาคและอนุสัญญาอา เซียนว่าด้วยการค้ามนุษย์ให้แล้วเสร็จ และควรใช้ประโยชน์จาก ป.ป.ส.อาเซียนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านการลักลอบค้ายาเสพติด ให้อาเซียนปลอดจากยาเสพติดภายในปี 2558

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของอีโบลาเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไข จึงเห็นว่าในกรอบอาเซียนบวกสาม ควรประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในระดับภูมิภาคและสร้างกลไกเฝ้าระวังโรคร่วมกัน ซึ่งไทยพร้อมจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวกสาม ที่อาจมีขึ้นในเดือน ธ.ค.
คุยนายกฯ “นเรนทรา” แห่งอินเดีย

ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์หารือทวิภาคีกับนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย โดยในการหารือ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวชื่นชมนโยบายอินเดียเรื่องการจัดตั้ง “Smart City” และ “Made in India” เพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศที่สอดคล้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ ไทย ทั้งโครงการถนนสามฝ่าย ไทย-เมียนมาร์- อินเดีย โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย นอกจากนี้ ยังเห็นพ้องในข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างไทย-อินเดีย เร่งรัดยกเลิกภาษีซ้อน รวมทั้งความร่วมมือด้านหน่วยงานข่าวกรองและการลาดตระเวนร่วมทางทะเล โดยหวังว่ากองทัพไทยและอินเดียจะทำการฝึกผสมร่วมกันภายใต้รหัส “ไมตรี” ในเร็ววันนี้

ขณะที่นายกรัฐมนตรีอินเดียได้กล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. พร้อมกล่าวชื่นชมสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ และตอบรับร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือเอเชียที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการ ประชุมในปีหน้าด้วย
มอบดอกแก้วกัลยา “บิ๊กป้อม”

เมื่อเวลา 08.45 น. บริเวณทางเชื่อมตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย นำโดยนางอารยา อรุณานนท์ชัย ประธานคณะกรรมการฝ่ายจำหน่ายดอกแก้วกัลยา ในคณะกรรมการกองทุนดอกแก้วกัลยา สภาสังคมสงเคราะห์ฯ นำดารา นักแสดง อ๊อฟ-ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ และเอิ้นขวัญ วรัญญา ศิลปินบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด เจ้าหน้าที่สภาสังคมสงเคราะห์และคนพิการเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี เพื่อมอบผลิตภัณฑ์ดอกแก้วกัลยาและจำหน่ายดอกแก้วกัลยาหน่วยงานในทำเนียบ และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การจัดงานคนพิการ ครั้งที่ 48 ประจำปี 2557 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 พ.ย.57 ณ สวนอัมพร ทั้งนี้ ดอกแก้วกัลยา เป็นชื่อดอกไม้ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามดอกไม้ประดิษฐ์ โดยคนพิการ ของศูนย์ส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคนพิการ และได้พระราชทานอนุญาตให้ใช้ดอกแก้วกัลยาเป็นสัญลักษณ์คนพิการด้วย
“ลุงหมาย” ทำช้า–ภาษีมรดกเลื่อน

จากนั้นเวลา 09.00 น. พล.อ.ประวิตรได้เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) เป็นการปฏิบัติภารกิจแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 25 ที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่าเหตุที่ ครม.ชะลอพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดก เนื่องจากนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ส่งร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดก มากระชั้นชิดเกินไป ทำให้ไม่สามารถขอความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันเวลา ทำให้ไม่สามารถนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. สัปดาห์นี้ได้ และไม่ได้มีปัญหาเรื่องเนื้อหาแต่อย่างใด แต่จะนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้า
“วิษณุ” ปัดใจเสาะ–แค่รอนายกฯ

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุม ครม.สัปดาห์นี้พยายามพิจารณาเรื่องที่ไม่เร่งด่วน เรื่องภาษีมรดกต้องคุยกับรัฐมนตรีหลายคน และการประชุม ครม.ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายคนไม่อยู่ ความจริง พล.อ.ประยุทธ์ก็บอกไม่ต้องรอ แต่โดยหลักก็ควรจะรอดี กว่า และไม่ได้มีปัญหาเรื่องของเนื้อหาแต่อย่างใด
“บิ๊กตู่” ไปเนปิดอว์ถกผู้นำอาเซียน

เมื่อเวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่ศูนย์ประชุม MICC กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 25 โดยมี พล.อ.เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาร์ ในฐานะประธานอาเซียนกล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมหัวข้อก้าวไปข้างหน้าสู่ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวและประชาคมที่สงบสุขและเจริญรุ่งเรือง พร้อมกล่าวแนะนำ พล.อ.ประยุทธ์ และนายโจโค วิโดโด้ ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ในฐานะผู้นำใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมการประชุมอาเซียนเป็นครั้งแรก จากนั้นผู้นำอาเซียนได้ถ่ายรูปหมู่บนเวทีร่วมกัน ก่อนรับชมการแสดงทางวัฒนธรรมที่เมียนมาร์จัดขึ้น
สนช.นัดพิเศษถกคดีสอย “ปู”

อีกเรื่องหนึ่ง เวลา 10.15 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นัดพิเศษ มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เป็นประธานการประชุม โดยเชิญนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง นายสมหมาย กู้ทรัพย์ และนายเอนก คำชุ่ม ทีมทนายผู้ได้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้รับผิดชอบโครงการรับจำนำข้าว มาชี้แจงถึงเหตุผลการขอให้ที่ประชุม สนช.เลื่อนการพิจารณาวาระ ถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 12 พ.ย.ออกไป
“พรเพชร” ซักทนายคัดสำนวนอืด

ทั้งนี้ นายพรเพชร ชี้แจงขั้นตอนการทำงานของ สนช.ในคดีดังกล่าวว่า ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ สนช. วันที่ 14 ต.ค. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รับทราบแล้ว เพื่อให้มาคัดลอกสำเนาถอดถอนของ ป.ป.ช. แต่นายนรวิชญ์แจ้งว่า ยังไม่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเรื่องนี้ เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ ดังนั้น สนช.จึงส่งเอกสารสรุปข้อกล่าวหาของ สนช.ไปที่บ้านอดีตนายกรัฐมนตรีถึงสองรอบ ซึ่งมีผู้เซ็นรับเอกสารทั้งสองครั้งเมื่อวันที่ 29 ต.ค. และ 7 พ.ย.
ทนายโอดเอกสารเป็นปึกอ่านไม่ทัน

นายเอนก คำชุ่ม ทีมทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชี้แจงเหตุผลการขอเลื่อนการประชุมต่อ สนช.ว่าข้อ บังคับการประชุม สนช.ข้อ 149 และ 150 ระบุว่า สนช.ต้องส่งรายงานและสำนวน ป.ป.ช.ให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบไม่น้อยกว่า 15 วัน นับจากวันประชุมนัดแรกคือ วันที่ 12 พ.ย. แต่ช่วงเวลาดังกล่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ต่างประเทศ จึงไม่ทราบเรื่องวาระการถอดถอน เมื่อกลับถึงประเทศไทยวันที่ 2 พ.ย. ได้หารือทีมทนายความว่า ยังไม่ได้รับสำนวนจาก ป.ป.ช. จึงทำหนังสือถึงประธาน สนช. เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ขอเลื่อนการประชุมนัดแรกออกไปก่อน เพื่อให้มีเวลาศึกษาสำนวน ป.ป.ช.และยื่นคำร้องขอให้สอบพยานเพิ่มเติม เพราะหากนับจากวันที่ 7 พ.ย.ที่อดีตนายกฯได้รับหนังสือจากประธาน สนช. จนถึงวันที่ 12 พ.ย. อดีตนายกฯมีเวลาเตรียมตัวแค่ 5 วันเท่านั้น ทั้งที่ข้อกล่าวหาที่ สนช.ส่งไปให้มีเนื้อหา 100 กว่าหน้า นอกจากนี้เนื้อหาในสำนวนถอดถอนของ ป.ป.ช.มีถึง 3,870 หน้า แต่ถูกตีเป็นเอกสารลับทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถถ่ายเอกสารไปดูได้ หากจะให้มานั่งจดหรือนั่งดูเพียงอย่างเดียวถือเป็นเรื่องยากมาก จึงอยากขออนุญาตประธาน สนช.ให้สามารถถ่ายเอกสารดังกล่าวได้ ถ้าไม่อนุญาตให้ถ่ายเอกสาร ก็ไม่รู้ว่าต้องใช้ทีมงานเท่าไรเพื่อดูเอกสารทั้งหมด
สมาชิกดาหน้าซัดดองเรื่อง-ตีมึน

จากนั้น นายพรเพชรเปิดให้สมาชิก สนช.ซักถาม ข้อสงสัยจากทีมทนายความ มีสมาชิกร่วมซักถาม 4 คน อาทิ นางเสาวณี สุวรรณชีพ ถามว่า ทีมทนายความได้รับการประสานจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้มาทำคดียาวนานแค่ไหน เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เตรียมต่อสู้คดีมายาวนานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาประสานกัน ขณะที่นายมณเฑียร บุญตัน ถามว่า แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ต่าง ประเทศ แต่เหตุใดทีมทนายความไม่โทรศัพท์แจ้งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น กรณีดังกล่าวประชาชนทั่วประเทศทราบดีว่า จะมีการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม สนช.วันที่ 12 พ.ย. มานานแล้ว

นายนรวิชญ์ ชี้แจงข้อซักถามว่า การให้เหตุผลว่า มีการรายงานข่าวจากสื่อว่า สนช.ได้บรรจุวาระถอดถอนในวันที่ 12 พ.ย. แสดงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์รับทราบวาระการถอดถอนแล้ว ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะการรับทราบต้องได้รับหนังสือโดยตรงอย่างเป็นทางการจาก สนช.ตามข้อบังคับเท่านั้น เมื่อ สนช.ร่างข้อบังคับเพื่อใช้เป็นกฎเกณฑ์ในการพิจารณาแล้ว จะละเลยข้อบังคับที่ตนเองร่างขึ้นมาหรืออย่างไร
มติ 167 ต่อ 16 เลื่อนถกไป 28 พ.ย.

ต่อมานายพรเพชรขอมติจากที่ประชุม สนช.ว่าจะให้เลื่อนการประชุมถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์นัดแรกในวันที่ 12 พ.ย.หรือไม่ ซึ่งที่ประชุมมีมติด้วยคะแนน 167 ต่อ 16 เสียง งดออกเสียง 7 เสียง ให้เลื่อนการพิจารณานัดแรกออกไป โดยให้เลื่อนการประชุมไปเป็นวันที่ 28 พ.ย.ตามมติที่วิป สนช.เสนอมา ทั้งนี้นายพรเพชรแจ้งว่า ขอให้ผู้ถูกกล่าวหาไปตรวจเอกสารและคัดสำนวน ป.ป.ช. จำนวน 3,870 หน้า ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปในเวลาราชการ

แหล่งที่มา  :  ไทยรัฐ

Source: พท.-ปชป.ต่อรอง คสช.ปลดล็อก

Pixim Technology เทคโนโลยีที่เอาใจช่วยดำเนินการทัศนียภาพในภาวะที่ต้องรับแสงจากแหล่งกำเนิดแสงโดยตรง

เทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีตำแหน่งผลิตขึ้นจากปัญหาของภาพที่มักมีแสงจ้ามากเกินไป ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นการเกิดขึ้นจากการที่เมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ทำให้มีช่วงเวลาหนึ่งที่แสงจากดวงอาทิตย์จะตกกระทบที่หน้ากล้องวงจรปิดโดยตรง หรือแม้กระทั่งการมีแหล่งวงศ์วานแสงอย่างไฟหน้ารถยนต์ ก็จะทำให้กล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพในขณะที่เกิดแสงจ้านั้นได้ และยิ่งวัตถูนั้นอยู่หน้าหรือหลังแหล่งกำเนิดแสงณทิศทางเดียวกันก็จะทำให้เก็บภาพยากขึ้นไปอีก ซึ่งหากนำมาใช้ในการรักษาความปลอดภัยในสำนักงานที่ต้องใช้กล้องวงจรปิดจับภาพตรงประตูทางเข้าเพื่อเก็บภาพผู้มาเยือน จะทำอย่างไรหากมีแขกที่เดินเข้ามาในขณะที่แสงอาทิตย์กำลังสาดเข้ามาหน้ากล้องในขณะนั้น ซึ่งผู้ก่อการร้ายมักจะฉวยโอกาสในช่วงเวลานี้นี่เอง ดังนั้นจึงได้มีการคิดค้นเทคโนโลยีนี้ขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้
Pixim Technology โดยเทคโนโลยีนี้มีจุดกำเนิดมาจากการพัฒนาเกมส์ตั้งแต่ยุคปี 1990 โดยมีความมุ่งหวังเพื่อปรับภาพเคลื่อนไหวที่มีอยู่ในเกมส์นั้นให้มีความสมดุลมากขึ้น โดยจะเป็นการทำงานในดีกรีพิกเซลต่อพิกเซลในรูปเลยทีเดียว โดยต่อมานำมาปรับใช้ในกล้องดิจิตอลที่มีทั้งเซนเซอร์และตัวโพรเซสเซอร์ เซนเซอร์ทำหน้าที่รับแสงผ่านเลนส์และตัวโพรเซสเซอร์จะตัดสินใจในกระบวนที่จะทำให้เกิดภาพขึ้น ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองกระบวนการนี้คล้ายกับการทำงานของนัยน์และสมองของคนเรา เซนเซอร์โดยเฉพาะตัวที่มีคุณภาพสูงสูงสำหรับใช้ในงานรักษาความปลอดภัยสำคัญๆนั้น จะสามารถแบ่งข้อมูลที่เข้ามาในแต่ละพิกเซลออกเป็นพันพันส่วน เพื่อที่จะทำให้ข้อมูลที่รับมานั้นมีคุณภาพมากที่สุดซึ่งกระบวนการนี้เองที่ทำให้สามารถเก็บข่าวคราวภาพในขณะที่เกิดแสงจ้าหรือในขณะที่มีแสงอาทิตย์สาดข้ามาได้

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

พิษของขวัญรวม23นายที่มีแขวงเกี่ยวโยงข้อง

ส่วยสถานที่บริการพ่นพิษ นครบาลสั่งย้ายด่วน 3 เสือ สน.ประเวศ ทั้ง ผกกรอง ผกก.ป. และ ผกก.สส.ไปช่วยราชการ ศปก.น. เป็นเวลา 30 วันแล้ว แถมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตำรวจตั้งแต่ระดับ รอง ผบก.น. 4 นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ไปจนถึงชั้นประผวนกราวรูดรวม 23 คน ทั้งที่มีชื่ออยู่ในโพยและไม่อยู่ในโพยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับสินบนหรือไม่

กรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและเทศกิจ สนธิกำลังบุกเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงไรเดอร์ รีสอร์ต และอาบ อบ นวด คุ้มพระราม เป็นอาคารสูง 5 ชั้น อยู่เลขที่ 35/1 หมู่ 7 ซอยศรีนครินทร์ 49 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. จับกุมมาณวิกาค้าประเวณีชาวไทย 10 คน ชาวกัมพูชา 1 คนและชาวลาว 1 คน นอกจากนี้ผู้หญิงคนไทยที่ค้าประเวณี 1 คน อายุต่ำกว่า 18 ปี ส่วนในสถานบันเทิงตรวจค้นพบยาบ้า 6 เม็ด ใส่ถุงพลาสติกซุกซ่อนอยู่ในห้องน้ำชาย พร้อมมูลวัตถุเสพยาไอซ์ แถมพบกัญชาในตู้เก็บของพนักงาน ที่สำคัญยังพบโพยจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนาย จากการตรวจสอบพบว่า ทั้งสถานบันเทิงและสถานบริการไม่มีใบอนุญาต ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงวันฮาโลวีนผับดังกล่าวเพิ่งถูกทหาร เข้าจับกุมฐานเปิดบริการเกินเวลาถึง 2 วันติด ฝ่ายเจ้าของร้านไรเดอร์ รีสอร์ต อ้างว่า ไม่เกี่ยวข้องกับสถานบริการคุ้มพระราม เจ้าของอาบอบนวดมาเช่าที่ทำธุรกิจเอง แต่อยู่ในอาคารเดียวกัน

ความคืบหน้าจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 3 พ.ย. มีรายงาน ว่า พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.น. เซ็นคำสั่ง บช.น.ที่ 672/2557 ลงวันที่ 2 พ.ย.57 เรื่องให้ข้าราชการพลเรือนตำรวจปฏิบัติราชการ ระบุว่า ตามที่ บช.น.ได้รับรายงานเหตุ กรณีเมื่อวันที่ 1 พ.ย.เวลาประมาณ 23.30 น. เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่เทศกิจ เข้าตรวจค้นสถานบันเทิงและสถานบริการไรเดอร์ รีสอร์ต และร้านคุ้มพระราม ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ประเวศ จับกุมตัวผู้ต้องหา 8 คน พร้อมของกลางในความผิดต่างๆเกี่ยวกับยาเสพติด บุคคลต่างด้าว การค้าประเวณี สถานบริการ และการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ โดยการเป็นธุระจัดหาให้เด็กอายุไม่เกิน 18 ปีค้าประเวณี อันเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นอบายมุขเป้าหมายตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 234/2548 ลงวันที่ 28 มี.ค.48

เพื่อให้การปกป้องรักษาและปราบปรามความผิดเกี่ยวกับอบายมุขภายใน บช.น.เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ตลอดจนเพื่อให้การสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดั้งนั้นอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 74 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ระเบียบ ก.ต.ช.ว่าด้วยหลักเกณฑ์การกระทำราชการของผู้บัญชาการ ในฐานะเป็นอธิบดีหรือแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2551 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2555 และระเบียบ ตร.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 จึงให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการดังนี้ มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ ผกก.สน.ประเวศ พ.ต.ท.เผด็จ ภู่บุปผากาญจน รอง ผกก.ป.สน.ประเวศ และ พ.ต.ท.บวร เพ็งสุข รอง ผกก.สส.สน.ประเวศ ทั้ง 3 นาย มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.น.) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย มีกำหนด 30 วัน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ ยังเซ็นคำสั่งเพิ่มเติมที่ 673/2557 ลงวันที่ 2 พ.ย.57 ตั้งคณะกรรมการสืบสาวทางวินัย มอบหมายให้ พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น.เป็นประธานการสอบสวน หากคณะกรรมการสืบสวนเห็นว่า กรณีมีมูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยในเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่งนี้ หรือกรณีที่การตรวจข้อเท็จจริงพาดพิงไปถึงข้าราชการตำรวจผู้อื่น และคณะกรรมการสืบสวนพิจารณาในเบื้องต้นแล้วเห็นว่า ข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีส่วนร่วมหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำในเรื่องสืบสวนนั้นอยู่ ให้ประธานกรรมการรายงานมาโดยเร็ว มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า รรท.ผบช.น.มีคำสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงข้าราชการตำรวจกรณีดังกล่าว โดยมีรายชื่อไล่ตั้งแต่รอง ผบก.น.4 นายตำรวจสัญญาบัตร และชั้นประทวนสังกัด สน.ประเวศ รวมทั้งหมด 23 นายด้วย


ข่าวจาก: http://kopidaresi.com/?p=305

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557

คำอธิบายศัพท์สิ่งคุณประโยชน์ ip ของกล้องcctv

เนื่องจากณเดี๋ยวนี้โลกเรานั้นได้มีการหมุนเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและทำให้เกิดสิ่งใหม่ขึ้นมาทดแทนสิ่งเก่าๆโดยมีเทคโนโลยีขึ้นมาทำการแปรผันสิ่งเหล่านั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ เทคโนโลยีด้านกล้องcctvนั้นเอง ที่ได้มีการเพิ่มพูนมาอย่างไม่มีสิ้นสุดจากอดีตที่ไม่อาจเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ จะต้องดูผ่านจอมอนิเตอร์ หรือจอภาพต่างๆนั้นเอง แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ได้เข้ามานั้นจะทำให้สามารถดูภาพกล้องcctvได้ทุกที่แม้อยู่บนส่วนไหนของโลกแต่พื้นที่นั้นจะต้องมีอินเตอร์เนตไว้ทำการเชื่อมต่อเข้าสัญญาณของกล้องcctvนั่นเอง แถมทั้งยังจะสามารถปรับเปลี่ยนมุมกล้องได้เองอีกด้วย เพราะฉะนั้นแล้วความสะดุดตาและความหลากหลายของเทคโนโลยีจึงส่วนสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับการเปลี่ยนแปลงของกล้องวงจรปิด แต่ถึงอย่างนั้นแล้วหากเราต้องการที่จะเลือกซึ่งกล้องวงจรปิดซักตัวแล้วควรที่จะเลือกให้เหมาะสมกับหน้าที่และงานที่ใช้เพื่อที่จะทำให้กล้องวงจรปิดของเรานั้นทำการใช้งานให้เกิดสมรรถนะสูงสุด และเหนือสิ่งอื่นใดที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการเลือกซื้อกล้องวงจรปิดนั้นก็คือ การได้รับการรับลองจากสถาบันต่างๆ รวมไปถึงคุณภาพของตัวกล้องนั่นเอง และถึงอย่างนั้นเราควรที่มองหาเลข ไอพีเพื่อที่จะคอยตรวจเช็คดูว่าคุณภาพของกล้องเรานั้นมีความเก่าแก่อยู่ที่ระดับอะไรนั่นเอง การดูเลขไอพีนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญมากในการเลือกซื้อตัวกล้องวงจรปิด ควรที่จะเลือกที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน เพราะเลขไอพีนั้นจะบอกได้ว่ากล้องวงจรปิดของเรานั้นจะสามารถทนได้กับสถานการณ์อย่างไรจึงทำให้เลขไอพีเป็นส่วนสำคัญและวิธีการที่จะดูเลขไอพีนั้นมีหลักง่ายๆคือ จะมีเลขอยู่ 2 หลัก และเลขในหลักระดับที่ 1 นั้นจะเริ่มจาก 0 ไปถึง 6 โดยจะเลข 0 นั้นจะเป็นตัวบ่งบอกว่าไม่สามารถป้องกันอะไรได้เลยและเลขต่อๆไปนั้นจะค่อยๆเพิ่มระดับความสามารถในการป้องสถานการณ์เพิ่มขึ้นไปตามลำดับจนถึงเลข 6 ต่อไปเป็นหลักที่ 2 นั้นจะมีเลขตั้งแต่ 0 ไปจนถึง 8 และก็จะมีระบบเหมือนกันกับเลขหลักแรก โดยเลข 0 จะเริ่มจะไม่มีการป้องอะไรเลย แต่อันดับต่อไปจะคอยเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันตามเป็นอันดับเพราะฉะนั้นแล้วหากเลข IP68 ก็จะมีความหมายที่ว่าสามารถป้องกันฝุ่นและสามารถทนต่อน้ำได้นั่นเอง


ข่าวจาก:BIOGAS-ALPE-ADRIA.COM